เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 29/01/2556
ปรับปรุงเวบเมื่อ 17/01/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 148


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (148)
 ถังบำบัดน้ำเสียPURE
 ถังเก็บน้ำบนดินสีฟ้า PURE
 ถังเก็บน้ำPURE
 หัวเชื้อจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย PURE
 ถังเก็บน้ำบนดินลายแกรนิตPURE
 ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสบนดินทรงถ้วย PURE
 ถังดักไขมันไฟเบอร์กลาส
 ถังดักไขมันทรงกลม PE
 ถังบำบัดน้ำเสียแบบไม่เติมอากาศPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสทรงกลมแบบเติมอากาศPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศทรงกลมPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสทรงกลมแบบไร้อากาศPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสทรงแคปซูลเติมอากาศPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสแคปซูลไม่เติมอากาศPURE
 ถังเก็บน้ำใต้ดินไฟเบอร์กลาสทรงแคปซูลPURE
 ถังเก็บน้ำฝังใต้ดินPURE
 ถังเก็บน้ำบนดินไฟเบอร์กลาสทรงแคปซูล PURE



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
คลิปวีดีโอถังดักไขมันไฟเบอร์กลาส
คลิปถังวีดีโอบำบัดน้ำเสียทรงกลม PE
คลิปวีดีโอถังเก็บน้ำบนดินสีฟ้าและถังเก็บน้ำลายแกรนิต
คลิปวีดีโอถังเก็บน้ำฝังใต้ดิน
คลิปวีดีโอถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสบนดินและถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสฝังใต้ดิน
คลิปวีดีโอถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสแบบเติมอากาศ








บทความ
การติดตั้งและการใช้งานถังบำบัดน้ำเสีย (อ่าน 56724/ตอบ 0)

คู่มือการติดตั้งและการใช้งานถังบำบัดน้ำเสีย
ถังบำบัดน้ำเสีย เหมาะสมต่อการใช้งานสำหรับ สำนักงาน บ้านพัก โรงเรียน และสถานบริการต่าง ๆ  เพื่อให้น้ำทิ้งนั้นได้มาตรฐานก่อนปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะหรือนำกลับมาใช้ใหม่ (ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่แผนกวิศวกรรม)

หลักการทำงานของ ถัง มีให้เลือก 2 แบบ คือ

1) แบบไม่เติมอากาศ (SEPTIC AND ANAEROBIC FILTER) แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการแยกตะกอน (SEPTIC)  และขั้นตอนการกรองแบบไร้อากาศ(ANAEROBIC FILTER) ซึ่งอาศัยกระบวนการย่อยสลายแบบ
ธรรมชาติบำบัด คือ ใช้แบคทีเรียชนิดไร้อากาศ(ANAEROBIC BACTERIA) ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่ต้องใช้เครื่องเติมอากาศ และพลังงานไฟฟ้า

2)แบบเติมอากาศ(AERATION) ทำให้ถังมีประสิทธิภาพในการบำบัดได้สูงสุด โดยการใช้เครื่องเติมอากาศซึ่งออกซิเจนที่ได้จากเครื่องเติมอากาศ จะทำให้จุลินทรีย์ชนิดใช้อากาศ (AEROBIC BACTERIA) สามารถย่อยสลายสารอินทรีย์นถังบำบัดได้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้น้ำที่บำบัดออกมาได้ค่ามาตราฐานตามที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด


ตำแหน่งที่จะทำการติดตั้งถัง

โดยทั่วไปตำแหน่งของถังจะถูกออกแบบไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วในการออกแบบอาคาร 
หากยังไม่มีการออกแบบไว้ก่อน หรือต้องการติดตั้งถัง เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ ให้พิจารณา
ดังต่อไปนี้
1)ควรติดตั้งภายนอกตัวอาคาร เพราะสามารถทำการติดตั้ง และดูแลรักษาได้ง่าย
2)ควรติดตั้งใกล้ห้องส้วม และท่อระบายน้ำสาธารณะเพื่อลดปัญหาการอุดตันในท่อ
3)หากติดตั้งในอาคารให้แยกโครงสร้างฐานรากของถังบำบัดออกจากฐานรากของอาคาร
4)ท่อเข้าออกสั่งได้มาตรฐานโรงงานและสั่งพิเศษ(ติดต่อฝ่ายขาย)

วิธีการติดตั้งถัง

  มีขั้นตอนตามลำดับต่อไปนี้

   ขุดหลุมขนาด กว้างXยาวXสูง ให้เหมาะสมกับขนาดถังฐานรากและระดับท่อเข้า-ออก
               
1.  (ดูแคตตาล็อคและตารางแต่ละรุ่น)อาจใช้เสาเข็มตามวิศวกรระบุ แล้วรองพื้นด้วยทรายและเทคอนกรีตเสริมเหล็กหรืออาจใช้ เพียงคอนกรีตหยาบ 1:3:5 หากสภาพดินรับแรงดี

2.  ยกถังวางลงในหลุม จัดระดับถังให้เหมาะสม ท่อเข้า-ออก จะต้องไม่กดลึกกว่าระดับพื้นดินเกินกว่า
0.50 ม.หากฝังถังลึกเกินไปถังจะเสียหายจากน้ำหนักดินที่กดทับได้ ใช้ลวดสลิงดึงรัดรอบถัง กันถัง
พลิกและถังลอยแล้วเติมน้ำให้เต็มถังแล้วจึงกลบด้วยทรายหยาบอัดแน่นรอบถังทุกชั้น ๆ ละ 50 ซม.
จากฐานรากถึงผิวพื้นด้านบนจนประกอบท่อเข้า-ออก ด้วยข้อต่ออ่อนและท่ออากาศให้
สูงเลยชั้นหลังคา,ดาดฟ้า

                3. ทำแนวกั้นชั่วคราวเป็นแนวเขตป้องกัน และทำป้ายระวังถังบำบัด โดยรอบถัง เพื่อป้องกันรถบด, หรือเครื่องจักรหนักเข้ามาเหยียบถังโดยรอบขอบถังอย่างน้อย 1.50 ม. ตลอดช่วงระยะเวลาก่อสร้าง

4. เทพื้น ค.ส.ล. ขนาดไม่เกิน 80X80X10 ซม.และฝังแหวนรองฝา ทิ้งไว้ให้ปูนแห้งแล้วจึงวางฝาปิด
เติมหัวเชื้อ เป็นเสร็จขั้นตอน

หมายเหตุให้ดูข้อควรระวังในการติดตั้งถัง

ข้อควรระวังในการติดตั้งถัง

1. ถังบำบัดจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าได้รับการติดตั้งอย่างถูกวิธีและปฎิบัติตามคำแนะนำ
จากบริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด 
2. ระดับของท่อน้ำเสียที่เข้า และท่อน้ำเสียที่ออกจาก ถัง ควรอยู่สูงกว่าระดับท่อระบายน้ำสาธารณะ
3. การฝังท่อร้อย(Sleeve) ที่คานชั้นล่าง จะช่วยทำให้ระดับถังที่ติดตั้งไม่ลึกมากเกินไปและทำให้การระบายน้ำ
สะดวกขึ้น
4. ความลาดเอียงของท่อที่เข้า และท่อที่ออกจากถัง ไม่น้อยกว่า 1:100 หรือมีความสูงต่างกัน 1 เซนติเมตร
ต่อความยาว 1 เมตร หากท่อน้ำเสียยาวมาก(เกิน 4 เมตร)ให้เพิ่มช่องล้างท่อ(FCO) ที่ต้นท่อ หรือใช้บ่อพักทุกระยะ
8 เมตร
5. การยกถังบำบัด ให้ยกโดยใช้ลวดสลิงรองรับถัง โดยใช้รถยกที่ออกแบบไว้รับน้ำหนัก
โดยเฉพาะห้ามยกที่ท่อเข้า-ออกซึ่งอาจทำให้ท่อหักได้
6. ห้ามติดตั้งถังในระดับท่อเข้าถึงพื้นผิวดินความลึกเกินกว่า 50 ซม. 
ไม่ควร ก่ออิฐฉาบปูนเป็นคอถถังเพราะมีน้ำหนักกดทับถังมาก กรณีมีความจำเป้นต้องติดตั้งลึกเกินกว่าที่กำหนด
7. ให้ใช้ทรายหยาบอัดแน่นด้วยคนและเครื่องตบอัดทรายรอบ ๆ ถังตั้งแต่ฐานรากจนถึงผิวดินชั้นบนสุด
(เติมน้ำให้เต็มถังและบดอัดทรายพรมน้ำสลับกันทุกระยะความสูง 50 ซม.จนเต็มถังพื้นผิวดินชั้นบน)
8. บริเวณที่ติดตั้งถังต้องทำแนวรั้วชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้มีรถยนต์,รถบรรทุก หรือวัสดุหนักเข้าไปเหยียบหรือ
กดทับบริเวณใกล้เคียงโดยเด็ดขาด ยกเว้นทีการทำโครงสร้างช่วยรับน้ำหนักไว้แล้ว
9. การต่อท่อระบายอากาศ(V2) ให้สูงเหนือชั้นหลังคาแยกต่างหากออกจากท่อระบายอากาศ(V1) ของอากาศ
จะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10. หากท่านมีข้อส่งสัยในการติดตั้งโปรดโทรแจ้งฝ่ายวิศวกรรมและบริการ บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด
ได้ตลอดเวลาทำการ

การดูแลรักษาหลังจากติดตั้งแล้วและเริ่มใช้งาน

1.กำจัดตะกอน โดยการจ้างรถบริการดูดส้วม อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้งทั้งช่องแยกตะกอน และช่องกรอง หรือ
  ช่องเติมอากาศ เพื่อให้ประสิทธิภาพการบำบัดดีขึ้น
2.ดูดตะกอนที่ก้นถังออกในปริมาณไม่เกิน 1/3 ของปริมาตรถัง(หากสูบมากเกินกำหนดถังอาจเสียหายได้)
   กรณีถังเติมอากาศ ให้สลับกันดูดจากช่องแยกตะกอน และช่องกรองเพื่อรักษาระดับน้ำ ระหว่าง
   ช่องยุบลงให้เท่า ๆ กัน ทำให้ถังบำบัดมีอายุการใช้งานยาวนาน
3.ให้เติมน้ำเต็มถังทันที(สังเกตท่อน้ำล้นจะไหลออกลงบ่อพัก)แล้วจึงปิดฝาถังให้เรียบร้อย
4.กรณีถังเติมอากาศ ให้ตรวจสอบการทำงานของเครื่องเติมอากาศและเครื่องสูบตะกอนว่าทำงานตามกำหนด
   หรือไม่(หากมีเสียงดังผิดปรกติ ลมไม่ออกหรือสูบน้ำไม่ขึ้นให้แจ้งฝ่ายบริการ)
5.ห้ามทิ้งเศษขยะ หรือ ของที่ไม่ย่อยสลายลงในถังบำบัดน้ำเสีย
6.การทำความสะอาดห้องน้ำทุกครั้งควรใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ควรล้างบ่อยและอย่า
   ใช้น้ำยา ฆ่าเชื้อโรคชนิดรุนแรงไหลลง เพราะจะทำให้ถังทำงานได้อย่างไม่มี
    ประสิทธิภาพ
7.กรณีถังดักไขมัน  ให้ถอดตะกร้าเทขยะ และล้างตะกร้าทุกวัน หรือเมื่อขยะเต็มหรืออุดตัน
   (ซึ่งอาจทำให้ถังบำบัดเสียหายได้ภายหลัง)
8.บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด มีการบริการเสริมหลังการขาย โปรดติดต่อฝ่ายบริการโดยตรง
9.ควรสูบตะกอนไปกำจัดปีละ 1-2 ครั้ง โดยสูบประมาณ ¼ ของถังแล้วเติมน้ำ หลังจากนั้นให้ใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์
   ในถังบำบัดเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์แทนของเก่าที่สูบออกไปให้การบำบัดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สินค้า/บริการ แนะนํา

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//